เสรี ชิโนดม ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์จากส่วนต่างๆของโลกเข้าด้วยกัน
ปัจจุบันนี้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ทั่วโลกนับล้านเครื่อง
คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เหล่านี้
ยังเชื่อมโยงไปยังคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กอีกมากมาย จากการสำรวจเมื่อเดือนมกราคมปี
2541 ครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีจำนวนโฮสต์คอมพิวเตอร ์ที่เชื่อมโยงกันอยู่ประมาณ
29.6ล้านโฮสต์ และมีผู้ใช้มากกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก
กล่าวโดยสรุปอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายซึ่งเป็นที่รวมของเครือข่ายย่อยหรือกล่าวได้ว่าเป็นเครือข่ายของเครือข่าย
ในการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในระบบเครือข่ายจะติดต่อสื่อสารกันด้วย
กฏเกณฑ์ของการสื่อสารที่เรียกว่าโปรโตคอล (protocal) สำหรับโปรโตคอลมาตราฐานที่ใช้ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเรียกว่า
TCP/IP (Tranmission Control Protocal/Internet Protocal) ในปัจจุบันระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
ทุกระบบสนับสนุนโปรโตคอล TCP/IP ทั้งสิ้นเช่นระบบปฎิบัติการ Microsoft Windows,
OS/2, UNIX จึงทำให้เครืองคอมพิวเตอร์เหล่านี้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยไม่มีข้อจำกัด
อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่แรกเกิดขึ้นในวงการวิจัยทางการทหารของสหรัฐอเมริกาเมื่อปี
พ.ศ. 2512 ภายใต้ชื่อเรียกว่าอาร์พาเน็ต (ARPANET หรือ Advanced Research
Project Agency Network )ซึ่งเป็นเครือข่ายทดลองตั้งขึ้นเชื่อมระหว่างศูนย์ปฏิบัติการวิจัยทางทหาร
ในสังกัดกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา (Department of Defense หรือ
DOD) กับศูนย์ปฏิบัติการวิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ 4 แห่ง เครือข่ายอาร์พาเน็ต
เป็นเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จอย่างมากได้รับความนิยมเพิ่มอย่างรวดเร็วจากมหาวิทยาลัย
วิทยาลัยหน่วยงานของรัฐ และเอกชนมากมายจนกระทั่งแปรสภาพเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในที่สุด
ในระยะแรกนั้นผู้ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีแต่บรรดาอาจารย์และนักวิจัยเท่านั้น
ต่อมาจึงได้ขยายให้นักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยได้ใช้ด้วย
นอกจากนั้นยังมีข้อตกลงว่า ผู้ใช้จะต้องไม่ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตนี้ ในการดำเนินธุรกิจการค้าด้วย
อย่างไรก็ตามเมื่อความสนใจแพร่ออกจากวงการมหาวิทยาลัยไปสู่ปริษัทธุรกิจ ต่าง
ๆ แล้ว เครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็เปิดกว้างให้บริษัทต่าง ๆ ใช้งานเพื่อธุรกิจการค้าได้
ในปัจจุบันจะพบว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้ ้ในธุรกิจจะมากกว่าผู้ใช้ในวงการการศึกษาและวิจัย
การใช้งานอินเทอร์เน็ต
การที่เราจะใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้นั้น
จำเป็นที่เราต้องเป็นสมาชิกของศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตของสถานศึกษาต่าง ๆ
เช่นมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียน หรือเป็นสมาชิกของศูนย์ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตซึ่งเราเรียกว่า
ISP (Internet Service Povider ) รายใดรายหนึ่งก่อน ปัจจุบันการสื่อสารแห่งประเทศไทยได้อนุมัติให้บริษัทหลายบริษัทเป็นผู้ให้บริการ
อินเทอร์เน็ตแก่ผู้ใช้ชาวไทยแล้ว การเป็นสมาชิกนั้น ทำให้เราได้หมายเลขประจำตัวซึ่งนิยมเรียกว่ารหัสบัญชีผู้ใช้
และรหัสที่ใช้ส่งจดหมายอีเลกทรอนิกส์ (e-mail address) ซึ่งทำให้สมาชิกอินเทอร์เน็ตอื่น
ๆ ทั่วโลกติดต่อกับเราได้ การเป็นสมาชิกของศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตจะเสียค่าใช้จ่ายซึ่งมีอัตราแตกต่างกันขึ้นอยู่กับบริการที่ต้องการจะใช้
การแทนชื่อในอินเทอร์เน็ต
คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะติดต่อสื่อสารด้วยโปรโตคอลTCP/IPโดยเครื่องคอมพิวเตอร์
ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอรเน็ตจะต้องมีหมายเลขประจำเครื่องเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆอ้างอิงได้
หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ในอินเทอร์เน็ตเรียกว่าหมายเลขไอพี (IP address)
หมายเลขไอพีเป็นชุดตัวเลขฐานสองขนาด 32 บิต โดยแบ่งเป็น 4 ชุดๆละ 8 บิต
แต่ในการอ้างอึงเพื่อความสะดวกก็จะแปลงจากตัวเลขฐานสองมาเป็นตัวเลขฐานสิบ
4 ชุดเช่นกันโดยตัวเลขในแต่ละชุดจะมีค่า 0-255 และแต่ละชุดจะคั่นด้วยจุด เช่น
203.154.8.14 เป็นหมายเลขไอพีของเครื่องคอมพิวเตอร์หลักของมหาวิทยาลัยบูรพา
จะเห็นว่าการจดจำหมายเลขไอพีของเครื่องคอมพิวเตอร์ในอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องยากทำให้สับสนได้ง่าย
จึงมีการกำหนดกฏเกณฑ์ในการตั้งชื่อเป็นระบบตัวอักษรแทนหมายเลขไอพีของเครื่อง
ระบบการตั้งชื่อเครื่องเป็นตัวอักษรเรียกว่าระบบชื่อโดเมน(Domain Name System
หรือ DNS) โดยจะเก็บชื่อและหมายเลขประจำเครื่องไว้ในฐานข้อมูลแบบลำดับชั้นในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่พิเศษซึ่งเรียกว่าเครื่องบริการชื่อโดเมน
(Domain Name Server) สำหรับมหาวิทยาลัยบูรพามีโดเมนเนมชื่อ
buu.ac.th เครื่องที่ใช้ส่งจดหมายอีเลกทรอนิกส์มีหมายเลขไอพี
คือ 203.154.83.14 กำหนดชื่อเป็น bucc4.buu.ac.th ซึ่งรหัสชื่อที่ใช้มีความหมายเมื่อเรียงจากขวามาซ้ายซึ่งคั่นด้วยจุดมีความหมายดังนี้
th หมายถึงประเทศไทย ac หมายถึงสถาบันการศึกษา buu หมายถึงมหาวิทยาลัยบูรพา
และ bucc4 หมายถึงชื่อเครื่อง การกำหนดหมายเลขไอพีและจัดทำโดเมนเนมนี้จะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลคือ
InterNIC (Internet Network Information Center) ซึ่งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
InterNIC ได้กำหนดรหัสโดเมนระดับบนสุด (Top-Level Domain) ไว้เป็นมาตราฐานใช้ร่วมกันสำหรับหน่วยงานและประเทศต่าง
ๆ โดยโครงสร้างฐานข้อมูลบนสุดของระบบชื่อโดเมนจะบอกถึงชื่อประเภทขององค์กรหรือชื่อประเทศที่ระบบเครือข่ายตั้งอยู่
ดังตาราง
|
|
ความหมาย |
|
|
กลุ่มธุรกิจการค้า |
|
|
สถาบันการศึกษา |
|
|
หน่วยงานของรัฐบาลที่ไม่ใช่หน่วยงานทางทหาร |
|
|
หน่วยงานที่ไม่หวังผลกำไร |
|
|
หน่วบงานเกี่ยวกับเครือข่าย |
|
|
หน่วยงานทางทหาร |
สำหรับระบบเครือข่ายที่อยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา โดเมนสูงสุดจะเป็นชื่อประเทศซึ่งใช้ชื่อย่อเป็นอักษรภาษาอังกฤษ
2 ตัว ตามด้วยประเภทองค์กรและชื่อหน่วยงาน ตัวอย่างชื่อของประเทศดังตาราง
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
นอกจากนี้เนื่องจากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้เติบโตและแพร่หลายอย่างรวดเร็ว
โดเมนประเภทขององค์กรที่กำหนกไว้จึงไม่เพียงพอที่จะใช้งาน ได้มีการพิจารณาที่จะเพิ่มชื่อโดเมนที่เป็นประเภทองค์กรอีก
7 ชื่อดังตาราง
|
|
|
|
|
องค์กรทางธุรกิจ |
|
|
บริษัทที่มีการขายสินค้า |
|
|
หน่วยงานของที่เน้น World Wide Web |
|
|
หน่วยงานทางศิลปวัฒนธรรม |
|
|
สำหรับไซต์เฉพาะบุคคล |
|
|
หน่วบงานเกี่ยวกับบริการสารสนเทศเครือข่าย |
|
|
หน่วยงานด้านการบันเทิง |
การเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
การเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมี 2 วิธี
1. การเชื่อมต่อโดยตรง
ในการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง ผู้ใช้จะต้องมีเครือข่ายที่ต้องการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต
เพื่อให้ใช้บริการต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา โดยการเชื่อมต่ออาจใช้อุปกรณ์หาเส้นทาง
(Router) ทำหน้าที่เป็นประตู (Gateway) เชื่อมโยงเครือข่ายภายในองค์กรเข้ากับเครือข่ายของอินเทอร์เน็ตโดยใช้ช่องทางการสื่อสารเช่า
สายเช่า (Leased Line) ISDN ไมโครเวฟ สายใยแก้ว (fiber optic) หรือ ดาวเทียม
เป็นต้น จุดที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้โดยปกติแล้ว จะเป็นการต่อเข้ากับระบบของ
ISP ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในแต่ละพื้นที่
โดย ISP ส่วนมากในประเทศไทยจะมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยเช่าวงจรที่ต่อผ่านการสื่อสารแห่งประเทศไทยไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ติดต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง จะสามารถส่งและรับกลุ่มข้อมูลของอินเทอร์เน็ตได้ก็ต่อเมื่อ
เครื่องนั้นมีหมายเลขไอพี และมีซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนโปรโตคอลTCP/IP ซึ่งเป็นโปรโตคอลมาตราฐานในการรับและส่งกลุ่มข้อมูล
ในอินเทอร์เน็ต หากเครื่องที่ใช้ติดต่อเป็นระบบยูนิกซ์ก็จะมีโปรโตคอลทีซี/ไอพีให้ใช้งานได้ทันที
ส่วนเครื่องที่ใช้ระบบวินโดว์ บริษัทไมโครซอฟต์ก็ได้ให้ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการโปรโตคอล
TCP/IP พร้อมกับซอฟต์แวร์ Windows 95 และ Windows NT
เมื่อมีการเชื่อมต่อเข้าสูระบบอินเทอร์เน็ตแล้ว ผู้ใช้งานจะทำงานได้เช่นเดียวกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ
ที่ติดต่ออยู่กับอินเทอร์เน็ต ข้อดีการติดต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยตรงก็คือสามารถกับและส่งข้อมูลได้โดยตรง
นิยมใช้ในมหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรียนและในบริษัทต่างๆ รวมทั้งหน่วยงานที่เป็น
ISP ก็ใช้การเชื่อมต่อแบบดังกล่าวนี้เชื่อมต่อกับหน่วยงาน ISP ที่มีการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายหลัก
(backbone) ของอินเทอร์เน็ตโดยตรง การที่ผู้ใช้ในประเทศไทยติดต่อกับไอเอสพี
ในประเทศ ก็เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อเช่าคู่สายโทรศัพท์ทางไกลไปยังต่างประเทศและค่าบริการไอเอสพีในต่างประเทศ
2. การเชื่อมต่อผ่านการหมุนโทรศัพท์
การเชื่อมต่อประเภทนี้จะเป็นการติดต่อผ่านสายโทรศัพท์ โดยใช้เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ติดต่อผ่าน
โมเด็ม (modem) เพื่อติดต่อกับคอมพิวเตอร์ที่มีการติดต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง
ซึ่งปกติแล้วก็คือหน่วยงาน ISP นั่นเอง ในการใช้งานจะต้องพิจารณาว่าต้องการให้เครื่องทำงานแบบกราฟฟิก
หรือต้องการใช้เพียงแค่การจำลองเป็นเทอร์มินัล (terminal emulator) ตัวหนึ่งของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมกับระบบอินเทอร์เน็ต
ซึ่งจะใช้งานได้เฉพาะรูปแบบตัวอักษร (text mode) เท่านั้น
2.1 การเชื่อมต่อเพื่อใช้งานเป็นเทอร์มินัลจะต้องใช้โปรแกรมสื่อสาร
เช่น Telix หรือProcomm หมุนโทรศัพท์เข้าหา เครื่องของ
ISP เมื่อติดต่อได้แล้วก็จะได้รับข้อความแจ้งให้ใส่ชื่อรหัสบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่าน
ต่อจากนั้นก็สามารถใช้งานเทอร์มินัล ได้ทันที
2.2 สำหรับการเชื่อมต่อเพื่อใช้งานในแบบกราฟฟิก
จะต้องใช้ซอฟต์แวร์พิเศษที่จะติดต่อกับอินเทอร์เน็ต นั่นคือจะต้องมีการเชื่อมต่อผ่านโปรโตคอล
SLIP (Serial Line Internet Protocol ) หรือ PPP (Point-to-Point
Protocol) เพื่อใช้บริการแบบกราฟิก เมื่อติดต่อกันได้แล้วเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้ติดต่อเข้าไป
ก็จะทำงานได้เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์อิสระ เครื่องหนึ่งในระบบเครือข่ายของ
ISP นั่นคือเปรียบเสมือนกับมีการเชื่อมต่อโดยตรงเข้ากับอินเทอร์เน็ต
สามารถใช้โปรแกรม และบริการต่าง ๆได้
เมื่อเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตแล้ว ผู้ใช้จะใช้บริการพื้นฐานของอินเทอร์เน็ตได้ทันทีเช่น
การส่งจดหมายอีเลกทรอนิกส์ การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล เป็นต้น
แต่ความเร็วในการสื่อสารจะช้ากว่าการเชื่อมต่อโดยตรง เพราะโมเด็มที่ใช้เชื่อมต่อจะมีความเร็วในการสื่อสารตั้งแต่
9.6-56 กิโลบิตต่อวินาทีเท่านั้น รวมทั้งแฟ้มและจดหมายอิเล็กทรอนิส์จะถูกเก็บไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยตรงเท่านั้น
ในกรณีของการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ผู้ใช้สามารถการถ่ายโอน (download)
แฟ้มข้อมูลและจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ มายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ได้
เพียงแต่ผู้ใช้ต้องเรียนรู้วิธีการใช้งานเพิ่มเติมเท่านั้นแต่วิธีการเชื่อมโยงวิธีนี้จะเสียค่าใช้จ่าย
น้อยกว่า การเชื่อมต่อโดยตรงมาก
สำหรับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนเทคโนโลยีภาคตะวันออกนั้นเชื่อมต่อกับศูนย์บริการอินเทอร์เน็ต
ของบริษัทชลบุรีอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็น ISPที่ให้บริการในจังหวัดชลบุรีโดยการเชื่อมต่อนั้นใช้สายเช่าขององค์การโทรศัพท์
ที่มีความเร็วในการสื่อสาร 128 กิโลบิตต่อวินาที ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานทางการศึกษาแห่งแรกในภาคตะวันออก
ที่เชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วสูงเช่นนี้อนึ่งผู้ที่เป็นสมาชิกของศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตอีเทคสามารถที่จะเชื่อมโยง
คอมพิวเตอร์ ที่บ้าน มายังเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนได้โดยเชื่อมต่อผ่านสายโทรศัพท์โดยในเบื้องต้นจะมีหมายเลข
โทรศัพท์ให้บริการ 10 หมายเลข
บริการขั้นพื้นฐานในระบบอินเทอร์เน็ต
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic
mail)
จดหมายอีเลกทรอนิกส์ หรือนิยมเรียกสั้น ๆว่าอีเมลล์ (E-mail)
นั้นก็คือจดหมายหรือข้อความที่เราส่งถึงกัน โดยผ่านระบบเครือข่าย
เราสามารถส่งจดหมายไปให้ผู้เป็นสมาชิกของระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจจะอยู่ในประเทศใดก็ได
้ที่มีช่องทางเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตอยู่ เช่น อาจจะส่งไปยังอเมริกา
อังกฤษ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ฝรั่งเศส อินเดีย ฯลฯ
ได้ตลอดเวลาและจดหมายจะส่งถึงปลายทางอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที หรืออาจจะส่งจดหมายฉบับเดียวไปถึงผู้รับหลายคน
ในเวลาเดียวกันก็ได้ ค่าบริการส่งจดหมายก็ไม่ต้องเสีย สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกของระบบอินเทอร์เน็ตทุกคนจะมีที่อยู่ที่ใช้
ในการส่งจดหมายอีเลกทรอนิกส์ดังนี้ userid@hostname เมื่อ userid
หมายถึงรหัสบัญชีผู้ใช้หรือรหัสสมาชิก hostname คือชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่รับส่งจดหมายอีเลกทรอนิกส์ของศูนย์บริการอินเทอร์เน็ต
สำหรับศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตอีเทค ชื่อเครื่องที่ใช้รับส่งจดหมายอีเลกทรอนิกส์ชื่อ
rose.e-tech.ac.th สมาชิกที่มีรหัสบัญชีผู้ใช้ชื่อ seree จะมีที่อยู่ที่ใช้ในการส่งจดหมายเป็น
seree@rose.e-tech.ac.th
การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล
( File Tarnsfer Protocol หรือ FTP)
เป็นการบริการที่ช่วยให้เราสามารถถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตมายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้
แฟ้มข้อมูลที่ถ่ายโอนมานั้นอาจเป็นแฟ้มที่บรรจุข้อมูล โปรแกรม
หรือรูปภาพใด ๆ ก็ได้ แต่ก็ต้องเป็นแฟ้มที่เจ้าของอนุญาต ให้ถ่ายโอนมาได้
การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลนี้ ช่วยทำให้เรานำโปรแกรมดีๆ จากต่างประเทศมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
และไม่ต้องเสียเวลาบันทึกคำสั่งโปรแกรมเหล่านั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อีกเพราะแฟ้มที่ได้รับอยู่ในรูปแบบที่นำไปใช้งานได้อยู่แล้ว
การสนทนาผ่านเครือข่าย
เราสามารถใช้ระบบอินเทอร์เน็ตสนทนาตอบโต้กับผู้อื่นได้อีกด้วย การสนทนาอาจจะสนทนาระหว่างผู้ใช้
2 คนโดยไม่จำกัดว่า ผู้ใช้ทั้งสองนั้นอยู่ในระบบเดียวกันหรือต่างระบบกัน โดยที่การสนทนานั้นอาจเป็นการเคาะแป้นพิมพ์ตอบกลับไปกลับมา(Talk)
หรือจะเป็นการสนทนา เป็นเสียงเหมือนพูดโทรศัพท์ก็ได้ (Internet Phone)
นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถสนทนาเป็นกลุ่ม (Internet Relay Chat หรือ IRC) ได้อีกด้วย
การเข้าใช้เครื่องจากระยะไกล
เป็นการขอใช้คอมพิวเตอร์ในระบบอื่นในที่ห่างไกล (Remote login)
ช่วยให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนั่งทำงานอยู่หน้าเครื่องของตนเองแล้วเข้าไปใช้เครื่องอื่นที่อยู่ในที่ต่างๆที่อยู่ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้
โปรแกรมที่ทำหน้าที่ให้บริการชื่อว่าtelnet โปรแกรม telnet จะจำลองคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ให้เป็นเสมือนจอภาพ
บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างไกลทำให้ผู้ใช้รู้สึกเสมือนกับนั่งอยู่หน้าเครื่องนั้นโดยตรง
การติดต่อเข้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตบางแห่งก็ต้องการรหัสบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่าน
แต่บางแห่งก็ไม่ต้องการ
การค้นหาข่าวสารข้อมูล (Information
Retrieval)
การค้นหาข่าวสารข้อมูลเป็นประโยชน์ที่สำคัญอย่างยิ่งของระบบอินเทอร์เน็ต
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัจจุบันนี้ เราต้องใช้ข่าวสารข้อมูลในการปฎบัติงานและการบริหารงานเป็นประจำ
หากปราศจากข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแม่นยำ และทันกาลแล้ว การตัดสินใจของเราก็อาจจะไม่มีคุณภาพ
และส่งผลเสียให้เกิดกับหน่วยงานของเราได้ ระบบอินเทอร์เน็ตนั้นเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยสถาบันวิจัย
และหน่วยงานสำคัญอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก หน่วยงานเหล่านี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารของตนได้
เช่น ถ้าหากเราอาจต้องการค้นหาว่า ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึงมีบทความวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่องานธุรกิจหรือไม่
เราก็เพียงแต่เชื่อมโยงผ่านอินเทอร์เน็ตไปคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยนั้นแล้วใช้ซอฟต์แวร์ค้นหาข้อมูลงานวิจัย
หรือฐานข้อมูลห้องสมุดของมหาวิทยาลัยแห่งนั้นเพื่อหาข้อมูลที่ต้องการ
ถ้าหากที่นั่นมีข้อมูลที่ต้องการ เราก็จะได้ชื่อของบทความ ชื่อผู้เขียนและบทคัดย่อมาศึกษา
หากสนใจในรายละเอียด เราก็อาจจะติดตามหาต้นฉบับตัวจริงมาศึกษาต่อไปได้
โปรแกรมและระบบสำหรับค้นหาข้อมูลข่าวสารต่างๆ เหล่านี้มีอยู่มากมายหลายอย่างด้วยกันเช่น
Gopher, WIAS, Archie, Hytelnet เป็นต้น
กระดานข่าว (Usenet)
เนื่องจากมีผู้ใช้ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมากทั่วโลกจึงมีการแบ่งกลุ่มเพื่อการแลกเปลี่ยนทัศนะและแสดงความคิดเห็น
ในหัวข้อต่างๆ ผ่านทางระบบเครือข่ายซึ่งเราเรียกว่า Usenet ใน Usenet
จะมีการแบ่งข่าวสารออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ จำนวนหลายพันกลุ่มซึ่งเรียกว่ากลุ่มข่าวหรือ
newsgroup ทุกๆวันจะมีผู้ส่งข่าวสารผ่านระบบดังกล่าวโดยแบ่งตามกลุ่มที่สนใจ
เช่นกลุ่มผู้สนใจวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ศิลป
เพลงร็อค กีฬา ตลอดไปจนถึงกลุ่มที่สนใจทางวัฒนธรรม ศาสนา
ปรัชญา หรือแม้แต่เรื่องความรักและหัวข้อพิสดารอื่นๆอีกมากมาย
วารสารอีเลกทรอนิกส์
วารสารอีเลกทรอนิกส์เป็นบริการอีกส่วนหนึ่งที่เปิดเป็นสาธารณแก่ผู้ใชทั่วไป
เราสามารถอ่านวารสารอีเลกทรอนิกส์ได้โดย การสมัครเป็นสมาชิกไปยังศูนย์บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
เมื่อศูนย์บริการมีข่าวสารใหม่ ก็จะส่งมาทางจดหมายอีเลกทรอนิกส์ ศูนย์บริการบางแห่งอาจเตรียมวารสารในรูปของแฟ้มข้อมูลเพื่อให้ผู้ใช้ถ่ายโอนผ่านการ
ftp หรือบางแห่งอาจนำเสนอผ่านบริการ World Wide Web
World Wide Web (WWW)
เป็นวิธีการจัดเก็บและนำเสนอข้อมูลหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นข้อความ
ตัวเลข ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้มีการเก็บในลักษณะพิเศษ
นั่นก็คือจากแฟ้มข้อมูลหนึ่ง ผู้ใช้ WWW สามารถเรียกดูข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกันได้ทันที
โดยที่ข้อมูลนั้นอาจจะอยู่ในแฟ้มเดียวกันนี้ หรืออาจจะอยู่ในแฟ้มอื่นๆ
ที่อยู่ห่างไกลถึงประเทศอื่นก็ได้ หากข้อมูลที่กล่าวมานี้ เป็นข้อความที่เป็นตัวอักษรหรือตัวเลข
เรานิยมเรียกว่าเป็นข้อความหลายมิติ หรือ Hypertext และหากข้อมูลนั้นรวมถึง
เสียงและภาพเคลื่อนไหวด้วย ก็นิยมเรียกว่าสื่อประสม หรือ Hypermedia
(ปัจจุบันข้อความหลายมิติก็มักจะรวมไปถึงภาพด้วย)
การประยุกต์ใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ในปัจจุบันองค์กรต่างๆได้เห็นถึงความสำคัญของอินเทอร์เน็ตทั้งในแง่เป็นแหล่งข้อมูลทางด้านการศึกษาและธุรกิจ
การเป็นแหล่งทำการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างภาพพจน์ของหน่วยงาน ตลอดจนเป็นตลาดขนาดใหญ่ในเชิงธุรกิจ
การนำเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้สำหรับองค์กรต่าง ๆ ได้เกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆมากมาย
อีกทั้งเกิดในรูปแบบใหม่ตลอดเวลา ในที่นี้จะกล่าวถึงการประยุกต์ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางการศึกษาและทางธุรกิจดังนี้
1.
การประยุกต์ใช้ทางการศึกษา
1.1 การใช้เครือข่ายเพื่อการติดต่อสื่อสาร
1.1.1 การติดต่อระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน
ผู้เรียนกับผู้เรียน และผู้สอนกับผู้สอน
1.1.2 การติดต่อส่งรายงาน การบ้าน ปริญญานิพนธ์ ของผู้เรียนในรูปแฟ้มข้อมูล
1.1.3 การติดต่อระหว่างนักวิชาการ นักวิจัยทั้งในและนอกประเทศ
1.1.4 การติดต่อบอกรับวารสารอิเล็กทรอนิกส์
1.1.5 การติดต่อบอกรับเป็นสมาชิกกลุ่มสนทนาซึ่งเป็นเสมือนเวทีการอภิปรายแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นและช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางด้านวิชาการ
1.1.6 การติดต่อรับส่งแบบสอบถามสำหรับการวิจัย ตลอดจนการเผยแพร่ผลงานวิจัย
การประกาศและแจ้งข่าวความเคลื่อนไหวทางวิชาการ เช่น การประชุมสัมมนาทาง
วิชาการ การเปิดสอนและอบรมหลักสูตรต่างๆ การประกาศรับสมัครงาน เป็นต้น
1.2 การใช้เครือข่ายเพื่อการสืบค้นข้อมูล
1.2.1 ผู้เรียน นักวิจัยและผู้สอนสามารถสืบค้น
Online Library Catalog ของห้องสมุดต่างๆที่เชื่อมโยงในอินเตอร์เน็ต
ซึ่งมาจากประเทศในทวีปต่างๆทั่วโลก
1.2.2 ผู้เรียน นักวิจัย และผู้สอนสามารถสืบค้นจากฐานข้อมูล
ๆ เช่น ฐานข้อมูล ERIC ึ่ซงเป็นแหล่งข้อมูลทางด้าน
การศึกษา เป็นต้น
1.3 การใช้เครือข่ายเพื่อการสอน
การสอนทางไกลโดยผ่านเครือข่าย
ซึ่งในขณะนี้สถาบันการศึกษาจำนวนมาก ในหลายประเทศได้มีการเปิดหลักสูตร
การสอน ในระดับปริญญาและในแบบประกาศนียบัตรซึ่ง
มักจะเรียกกันว่า Online Program ขึ้นมากมาย
ผู้เรียนสามารถสมัครและเรียนผ่านเครือข่าย
โดยกิจกรรมการเรียนการสอน เอกสารและการติดต่อต่างๆ อยู่ในรูปของ
แฟ้มอิเล็กทรอนิกส์
สำหรับในประเทศไทยมหาวิทยาลัยต่าง ๆเช่นมหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
เป็นต้นได้มีการสอนทางไกลโดยผ่านระบบเครือข่ายไปยัง
วิทยาเขตสารสนเทศตามจังหวัดต่าง
ๆ
2. การประยุกต์ใช้ทางธุรกิจ
2.1 การนำเสนอสินค้าและเสริมสร้างภาพพจน์บริษัท ซึ่งเป็นขบวนการก่อนการขายที่สำคัญ
ทำให้ผู้ใช้รู้จักกับชื่อเสียงและสินค้า
ของค์บริษัทหรือองค์กรมากขึ้น
2.2 ให้ข้อมูลกับนักลงทุน บริษัทต่างๆ สามารถให้ข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับผลการประกอบการ
รายงานประจำไตรมาส
วิธีดำเนินการและประมาณการรายได้อย่างรวดเร็วและประยัด
2.3 หนังสือพิมพ์และวารสารอีเลกทรอนิกส์ โดยใช้ WWW แทนหน้ากระดาษ
ทำให้ลดต้นทุนในการจัดทำเอกสาร
รวมทั้งสมารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและการขนส่ง
เนื่องจากเป็นการขาย โดยตรงกับผู้ซื้อ
2.4 เปิดร้านค้าให้เช่าพื้นที่ แบบเดียวกับห้างสรรพสินค้า รวมทั้งการโฆษณาขายสินค้า
2.5 การสนับสนุนทางเทคนิค เช่นเทคนิคทางด้านคอมพิวเตอร์ ปัญหาที่เกิดขึ้นและวิธีการแก้ไข
ตลอดจนการส่งจดหมาย
อีเลกทรอนิกส์ ถามผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการถ่ายโอนซอฟต์แวร์ที่ใช้
สำหรับการแก้ไขปัญหาต่างๆ
2.6 ให้บริการต่างๆและข่าวสารทั่วไปกับสาธารณชน เช่นบริการข้อมุลการท่องเที่ยว
มาตราฐานที่กำหนดโดยองค์กร
หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ
2.7 การจำหน่ายสินค้า โดยดำเนิการผ่าน WWW
2.8 เก็บรวบรวมข้มูลตลอดจนการเสนอขายข้อมูล เช่นการทำโพล์ต่างๆ
การเป็นตัวกลางในการรับสมัครงาน
ตลอดจนการขายข้อมูลให้กับผู้ที่ต้องการ